เทศกาลพิพากษา (Walpurgis Night) คือฉากเปิดเรื่องรวมทั้งฉากไคลแมกซ์ประจำซีรี่ย์
อันที่จริงเทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิในประเทศแถบยุโรป
โดยจะมีการเต้นรำ หลายที่ก็มีการเล่นลูกไฟ เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสที่จะได้เก็บเกี่ยวพืชพันธุ์
ในฤดูกาลแห่งความอุดมสมบูรณ์ซึ่งเปี่ยมด้วยชีวิตนี้...
 
Madoka Buddhism
 
สำหรับซีรี่ย์มาโดกะ...
Walpurgis Night คือวันแห่งชะตากรรมซึ่งแม่มดที่แข็งแกร่งที่สุดจะปรากฏตัวขึ้น
การมาถึงของแม่มดตนนี้ไม่ใช่เพื่อทำลายโลกโดยเจตนา แต่เป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
อย่างไรก็ตามเมล็ดพันธุ์ได้มีผู้หว่านเตรียมไว้พร้อมแล้ว รอเพียงเวลาเก็บเกี่ยวในเทศกาลเฉลิมฉลองดังกล่าวเท่านั้น...
 
เทศกาลเก็บเกี่ยวอารมณ์มนุษย์
 
ผู้ฟูมฟัก (Incubators/Kyubey) คือสิ่งที่เพาะเลี้ยงมนุษยชาติ
และอยู่เบื้องหลังการพัฒนาอารยธรรมของคนเรามาจนถึงปัจจุบัน
เนื่องจากจักรวาลต้องการพลังงานในการดำรงอยู่ทุกๆวินาที และผู้ฟูมฟักก็ค้นพบว่าเอนทัลปีในจิตใจของมนุษย์
สามารถใช้ชดเชยเอนทัลปีของจักรวาลตามกฏที่มีอยู่ในทฤษฎีเทอร์โมไดนามิกซ์ได้
ดังนั้นผู้ฟูมฟักจึงเดินทางมายังโลกมนุษย์ เพื่อมอบพรแก่เด็กสาวให้ความปรารถนาเป็นจริง
 
การเก็บเกี่ยวจึงเริ่มต้น...
 
"มนุษย์เคยคิดอะไรกับสัตว์ที่เลี้ยงไว้มั้ยล่ะ เธอรู้สึกอะไรบ้างมั้ยกับชีวิตที่มาอยู่ในจานของเธอ
ถ้าเธอไม่ยอมรับความโหดร้ายแล้ว เธอจะเห็นโลกตามที่เป็นอยู่จริงๆได้ยังไง
เพื่อเลี้ยงดูมนุษย์ ผู้ฟูมฟักจึงทำให้พวกเธอไม่ต้องถูกคัดเลือกตามธรรมชาติ
ประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มนุษย์เริ่มรู้จักการใช้เหตุผล
และเรียนรู้การอยู่รวมตัวกันเป็นสังคม ทั้งหมดก็เพราะพวกของฉันไม่ใช่เหรอ?
 
...แต่พวกฉันไม่เคยดูหมิ่นมนุษย์หรอกนะ
พวกฉันยอมรับว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญา และพวกฉันก็ให้เกียรติและเกรงใจพวกเธอด้วย
ความจริงแล้วพวกของฉันอยู่ร่วมกับเธอมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
เด็กสาวนับไม่ถ้วนทำพันธสัญญากับพวกฉัน และได้พรตามที่ต้องการไว้
จากนั้นทุกสิ่งที่เหลืออยู่ก็มีเพียงความว่างเปล่า เพราะหายนะคือปลายทางของทุกความปรารถนา
นั่นคือวัฏสงสารที่เด็กสาวจอมเวทย์ทุกคนสร้างมันขึ้น และยังคงหมุนเวียนอยู่มาจนถึงเดี๋ยวนี้
แต่เด็กสาวจอมเวทย์เหล่านั้นก็มีไม่น้อยที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์
รวมถึงอภิวัฒน์อารยธรรมของมนุษย์ชาติให้ก้าวหน้าไปสู่ยุคใหม่ที่เหลือเชื่อ...
 
...พวกฉันไม่ได้หักหลังพวกเธอ ความปรารถนาของพวกเธอเองต่างหากล่ะที่หักหลังตัวเธอเอง
ความต้องการจากความไม่รู้ ย่อมเป็นที่มาของความวิปโยค
มันช่วยไม่ได้ที่ทุกอย่างจะต้องออกมาเลวร้าย
หากพวกเธอมองว่านี่คือการหักหลัง ถ้าอย่างนั้นพวกเธอก็ไม่ควรขอพรตั้งแต่แรกสิ
แต่ฉันไม่เคยโทษพวกเธอหรอกนะ ต้องขอบคุณน้ำตาจากอดีต
เธอถึงได้มีชีวิตที่สดวกสบายและง่ายอย่างทุกวันนี้...
 
...ถ้าหากพวกฉันไม่มาที่นี่ มนุษย์คงยังอยู่กันในถ้ำแล้วล่ะ"
 
ในศาสนาพุทธมีสำนวนพูดเล่นๆประโยคหนึ่งที่ว่า "จงฆ่าผู้เลี้ยงดูตัวเองเสีย"
ท่านพุทธทาสเคยพูดถึงสำนวนดังกล่าวแบบไม่เล่นโวหารว่า "อย่ากรีดแผลตัวเอง"

"การเป็นจอมเวทย์หมายถึงต้องทำร้ายจิตใจคนอื่นเท่าๆกับที่เคยช่วยไปสินะ..."
"ความอ่อนโยนของเธอจะทำให้ต้องเจ็บปวดในภายหลัง..."
"พลังที่สามารถสร้างจักรวาลใหม่และขณะเดียวกันก็สามารถทำลายจักรวาลนี้ลงได้เช่นกัน..."
 
การกรีดแผลตัวเองนั้นมันเห็นได้ชัดว่าความเจ็บปวดจะต้องทำให้ทุกข์ใจแน่ๆ
แต่เวลาที่แผลเริ่มหายดี คนเราก็คงมีจะความสุขเป็นธรรมดา
เป็นตัวอย่างง่ายๆที่ท่านพุทธทาสยกมาชี้ให้เห็นว่าความสุขและความทุกข์เป็นของที่คู่กันอย่างชัดเจน
 
การช่วยคนอื่น...อาจจะเป็นการทำร้ายคนอื่นเช่นกัน
การแสดงความอ่อนโยน...อาจจะนำเรื่องเลวร้ายมาให้

เช่นนี้แล้ว ตอนจบของเรื่องนี้ดูเหมือนจะมีแต่เพียงความสิ้นหวัง...
 
madoka buddhism
 
อย่างไรก็ตามสุดท้ายเรื่องนี้ก็จบลงได้ เพราะการเสียสละของเธอในที่สุด...
 
คานาเมะ มาโดกะ เด็กสาวจิตใจอ่อนโยน
ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ไม่มีตัวตนไปแล้วซึ่งโฮมูระสร้างไว้
ทำให้มีความสามารถแฝงอยู่ในตัวอย่างมหาศาล (รวมถึงมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นรอบตัวอย่างผิืดปกติิ)
เธอสามารถขอพรให้ความเป็นไปไม่ได้ทุกอย่างเป็นไปได้ จากความสามารถแฝงสุดหยั่งที่ว่านี้นั่นเอง
 
และแล้ว...มาโดกะก็ได้ตัดสินใจขอพรกับผู้ฟูมฟัักเพื่อเปลี่ยนสถานะของตนเอง

"ถ้ามีคนบอกว่าเป็นเรื่องโง่ที่จะมีความหวัง ฉันจะบอกปัดทุกครั้งไป
จะให้บอกปัดไปเรื่อยๆก็ได้นะ"
 
เป็นพระเจ้า...
 
มาโดกะ...เทพธิดาซึ่งปลดปล่อยจอมเวทย์ทุกคน
เธอปรากฏตัวต่อหน้าเด็กสาวจอมเวทย์ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ทุกคนที่มณีวิญญาณอยู่ในภาวะปนเปื้อน...จากเอนทัลปีในจิตใจจนถึงขั้นวิกฤติ
 
เธอทำให้มณีวิญญาณเหล่านั้นกลับบริสุทธิ์อีกครั้ง และมันก็หายไป...
 
การที่มณีวิญญาณหายไปก็หมายความว่าวิญญาณของคนๆนั้นได้หายไปด้วย
ซึ่งนั่นตรงกับนิยามของคำว่า "นิพพาน"  นั่นเอง...
 

 
เป็นตอนจบของซีรี่ย์ที่สมบูรณ์แบบ...ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
 
สุดท้ายมาโดกะก็อยู่เหนือผู้ฟูมฟัก ด้วยการขอพรกับผู้ฟูมฟัก
เธอยืนยันในคุณค่าของทุกสิ่ง ความตั้งใจในการขอพรนั้นมีความหมาย
เพียงแต่ทุกคนต้องหายไปก่อนที่ความหวังที่สร้างขึ้น อาจจะทำให้เกิดความสิ้นหวังขึ้นมาเท่าๆกัน...
 
ถ้าเอนทรี่ซึ่งเขียนต่อเนื่องมาตลอดหนึ่งเดือนเต็มนี้
ทำให้หลายๆคนสนใจลองหาซีรี่ย์มาดูด้วยตัวเองได้...ผมคงจะดีใจมาก
 
เอนทรี่ชุดนี้คงต้องบอกลาทุกคนไปก่อนแล้วล่ะครับ...
 
พยายามต่อไป...
 
ขอบคุณการหลุดพ้น ขอบคุณมาโดกะ
ขอบคุณคนอ่านจ้า!
หากทุกคนสนใจ อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมที่มีฝรั่งคนหนึ่งเขียนไว้ได้ที่นี่